ความรู้เกี่ยวกับการจัดฟัน

1. เครื่องมือต่างๆ ที่อาจใช้ร่วมกับการจัดฟัน เนื่องจากในการแก้ไขลักษณะการสบฟันที่ผิดปกติของคนไข้บางราย ทันตแพทย์อาจพิจารณาใช้เครื่องมืออื่นๆที่นอกเหนือจากแบรกเกต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ในระหว่างการจัดฟัน เพื่อลดระยะเวลาในการจัดฟัน หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนฟัน เป็นต้น โดยเครื่องมือที่นิยมใช้ ได้แก่ 

1.1 หมุดจัดฟัน (miniscrew / temporary anchorage device) 
ในการแก้ไขปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติ บางครั้งทันตแพทย์จัดฟัน มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “หมุดจัดฟัน” เข้ามาช่วยในการรักษา โดยจะมีข้อบ่งใช้ในบางกรณีเท่านั้น ขึ้นกับทันตแพทย์จัดฟันแต่ละท่าน หมุดจัดฟัน โดยทั่วไปจะมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มีลักษณะคล้ายสกรูตัวเล็กๆ ติดผ่านเหงือกไปที่กระดูก โดยทันตแพทย์จัดฟันจะทำการหมุนหมุดนี้ผ่านจากเหงือก ไปยังบริเวณกระดูกตามตำแหน่งที่ได้วางแผนการรักษาไว้ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าว จะทำภายใต้การใส่ยาชา ดังนั้นคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ใส่หมุดลงไป แต่อาจจะรู้สึกแน่นๆ ตึงๆ ในบริเวณที่มีการฝังหมุด โดยหมุดนี้จะมี ส่วนหัวหมุด ยื่นออกมาเล็กน้อย เพื่อให้ทันตแพทย์จัดฟันใช้เป็นหลัก ในการเคลื่อนฟันได้ และเมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันจะเอาหมุดออก แล้วเหงือกตรงที่เคยติดหมุดก็จะค่อยๆปิดไปจนมีสภาพเป็นปกติ

       

 

1.2 เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ removable appliance

ในกรณีที่มีฟันสบลึก หรือ ฟันสบคร่อม ทันตแพทย์จัดฟันอาจพิจารณานำเครื่องมือจัดฟันชนิดถอดได้มาใช้ร่วมด้วยในบางช่วงของการรักษา เพื่อเปิดการสบฟันในบางตำแหน่ง และเมื่อสามารถแก้ไขการสบฟันในบริเวณดังกล่าวได้แล้วเครื่องมือถอดได้นี้ก็จะถูกเอาออก อย่างไรก็ตามผลการรักษานั้นต้องอาศัยความร่วมมือของคนไข้เป็นอย่างมากในการใส่เครื่องมือชนิดนี้

 

 

 

2. ฟันคุดกับการจัดฟัน (ข้อมูลจากสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย) ฟันคุดที่พบบ่อยที่สุดก็คือ ฟันกรามซี่สุดท้ายซึ่งมักจะขึ้นมาในช่วงอายุ 17-21 ปี นอกจากนี้ยังพบได้ที่ฟันเขี้ยวบน หรือ ฟันกรามน้อยล่าง ซึ่งในกรณีของผู้ป่วยจัดฟันที่มีฟันคุดที่เป็นฟันเขี้ยวหรือฟันกรามน้อยอยู่ในขากรรไกร ก็จะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไปว่า จะต้องผ่าตัดเอาออก หรือว่าจะพยายามนำฟันเขี้ยวหรือฟันกรามน้อยที่คุดให้ขึ้นมาอยู่ในช่องปากครับ ทั้งนี้ ก่อนการจัดฟัน จะมีการถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อตรวจหาฟันคุด และสำหรับฟันคุดที่เป็นฟันกรามซี่สุดท้ายนั้น ก็จะมีข้อพิจารณาดังนี้ ในกรณีของผู้ป่วยที่จัดฟันตั้งแต่เด็ก เช่น ก่อนอายุ 16 ปี ยังไม่จำเป็นต้องผ่าฟันคุดนี้ออก เนื่องจากฟันกรามซี่สุดท้ายยังสร้างไม่เต็มที่ และมักจะยังอยู่ลึกในกระดูกขากรรไกร จึงยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจว่าจะต้องเอาฟันคุดนั้นออก โดยเฉพาะถ้าหากว่าในการจัดฟันไม่ได้ต้องการเคลื่อนฟันกรามไปยังบริเวณด้านหลังที่มีฟันคุด ส่วนผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป ที่ต้องการจัดฟันและตรวจพบว่ามีฟันคุด ก็ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ทั้งนี้ ควรสอบถามจากทันตแพทย์จัดฟันที่ทำการรักษาให้ครับ โดยในรายที่ฟันคุดโผล่ขึ้นมาในช่องปากได้แค่บางส่วน และมักเกิดการอักเสบติดเชื้อบ่อย ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องผ่าฟันคุดนั้นออก แม้ว่าจะไม่ได้จัดฟัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ อันได้แก่

1. การอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน อันเป็นสาเหตุที่เหงือกบริเวณดังกล่าว มีอการปวดบวม เป็นหนอง 
2. ฟันข้างเคียงผุ เนื่องจากฟันคุดจะอยู่ติดกับฟันกรามซี่ที่ 2 ซึ่งบริเวณที่เป็นฟันคุดนั้น ทำความสะอาดได้ยาก หรือในบางรายไม่สามารถทำความสะอาดได้ ทำให้เกิดฟันผุได้กับฟันกรามทั้ง 2 ซี่ 
3. การละลายตัวของกระดูก แรงดันจากฟันคุดที่พยายามดันขึ้นมา จะทำให้กระดูกรอบรากฟันหรือรากฟันข้างเคียงถูกทำลายไป
4. การเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก ฟันคุดที่ทิ้งไว้นานอาจจะทำให้เนื้อเยื่อที่หุ้มรอบฟันคุดขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นถุงน้ำ แล้วโตขึ้นโดยไม่แสดงอาการเลย จนในที่สุดเกิดการทำลายฟันซี่ข้างเคียง และกระดูกรอบๆ บริเวณนั้น 
5. เสี่ยงต่อการเกิดกระดูกขากรรไกรหัก เนื่องจากการที่มีฟันคุดฝังอยู่จะทำให้กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นบางกว่าตำแหน่งอื่น เกิดเป็นจุดอ่อน เมื่อได้รับอุบัติเหตุหรือกระทบกระแทก กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นก็จะหักได้ง่าย

 

 



เนื่องจากทันตแพทย์เจ้าของคลินิก ทพญ. อนงค์นาถ นันทสุขเกษม เป็นทันตแพทย์ที่จบเฉพาะทางด้านทันตกรรมจัดฟัน (สามารถตรวจสอบรายชื่อทันตแพทย์จัดฟันที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย คลิกที่นี่) และผ่านการสอบวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาทันตกรรมจัดฟัน โดยราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย (สามารถค้นหารายชื่อทันตแพทย์สาขาทันตกรรมจัดฟันในประเทศไทย คลิกที่นี่)

ซึ่งมีตารางลงตรวจมากกว่า 20 วัน ต่อเดือน จึงทำให้คนไข้สามารถนัดหมายเพื่อตรวจปรึกษา และเข้ารับการรักษากับทันตแพทย์จัดฟันได้เกือบทุกวันทำการของคลินิก

ค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน สามารถแบ่งจ่ายเป็นงวด คือ ครั้งที่ 1-5 ครั้งละ 3,000 บาท และตั้งแต่ ครั้งที่ 6 เป็นต้นไป ครั้งละ 1,000 บาท การเดินทางสะดวก โดยทางคลินิกอำนวยความสะดวกด้านที่จอดรถที่กว้างขวางให้กับผู้มารับบริการ คลินิกทันตกรรมสะอาด เครื่องมือและอุปกรณ์ทางทันตกรรมได้มาตรฐาน และผ่านกระบวนการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี

                                                          A.C Orthodontic Clinic

                                                     อัตราค่ารักษาทางทันตกรรมชนิดติดแน่น คลินิกจัดฟัน เอ.ซี. ผู้ป่วยใหม่


                                                            A.C Orthodontic Clinic

                                              อัตราค่ารักษาทางทันตกรรมชนิดติดแน่น คลินิกจัดฟัน เอ.ซี. ผู้ป่วยโอนจากที่อื่น

ค่าใช้จ่ายข้างต้นจะไม่รวมถึง

1. ค่าเก็บข้อมูลเริ่มต้น ได้แก่ ค่าพิมพ์ปาก, ถ่ายรูป และ เอกซเรย์ (ฟิล์มใหญ่ 2 ฟิล์ม + ฟิล์มเล็ก)

2. ค่าเอกซเรย์อื่นๆ ในระหว่างการจัดฟัน เพื่อประเมินผลการรักษา

3. ค่าเตรียมช่องปากก่อนการจัดฟัน หรือ การรักษาทางทันตกรรมอื่นๆในระหว่าง และ หลังการจัดฟัน

4. ค่าเครื่องมือคงสภาพฟัน ชิ้นละ 2,0004,000 บาท (ขึ้นกับความยาก/ง่ายของเคส)

5. การปักหมุดรากเทียม (mini-implant) ตัวละ 3,500 บาท

6. เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ ชิ้นละ 2-3,000 บาท

7. เครื่องมือขยายขากรรไกรชนิดติดแน่น ชิ้นละ 5,000 บาท ขึ้นไป (ขึ้นกับชนิดและจำนวนของเครื่องมือ)

8. ค่าแบรกเกตหลุดจากการใช้งาน ระหว่างจัดฟันคิดตัวละ 300บาท/ ตัว (เริ่มคิดค่าใช้จ่ายในแบรกเกตตัวที่2) 

           

                                                A.C Orthodontic Clinic                               
                                               อัตราค่าบริการ คลินิกจัดฟัน เอ.ซี.


 

 

 


Visitors: 1,365